ภาพรวมของการใช้สารเคมีในการผลิตยาง 

ยางสังเคราะห์มีคุณสมบัติที่ไม่ค่อยดี และมีมูลค่าที่จำกัด ควรมีการแยกประเภทชนิดของวัสดุ และสารเติมแต่งเพื่อช่วยเพิ่มคุณสมบัติ และประโยชน์ด้านการค้ามากขึ้น เหมาะสำหรับกระบวนการผลิต และกระบวนการนำไปใช้ ตลาดสำหรับสารเคมีที่ใช้ผลิตยางอาจมีทั้งกระบวนการผลิตทั่วไป และการบริโภคที่ใช้ยางสังเคราะห์ รวมไปถึงตลาดของยางธรรมชาติ อุตสาหกรรมยานยนต์มีผลกระทบอย่างมากต่อความต้องการของสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาง​

 

สารเคมีที่ใช้ในการผลิตยางคือกลุ่มที่มีสารเคมีพิเศษ และมีปริมาณที่ถูกผลิตขึ้นมาจำนวนหนึ่งจากบริษัทเพียง 1 – 2 บริษัท พวกเขาช่วยเพิ่มความต้านทานของยางต่อความร้อน ก๊าซโอโซน การออกซิเดชั่น แสงอาทิตย์ และความเครียดเชิงกล พวกเขายังมีสินค้าที่หลากหลายหมวดหมู่ เช่น ตัวเร่ง ตัวกระตุ้น ตัวหลอมโลหะ สารป้องกันการเสื่อมสภาพ ซึ่งก็คือสารต้านทานปฏิกิริยาออกซิเดชัน(Antioxidants) และสารต้านทานปฏิกิริยาโอโซน (Antiozonants) และสารที่ทำให้เกิดความคงตัว และอื่น ๆ ที่จำเป็นในการทำให้เกิดคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น มีความยืดหยุ่นที่ดี ป้องกันการเกิดรอย ความแข็ง ความต้านทานต่อการหักงอ และความต้านทานต่อแรงดึงสำหรับการใช้งานของสินค้าแต่ละตัว การใช้งานสารเคมีที่ใช้ผลิตยางนั้นเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วโลกในอัตรา 3.5% ต่อปี

 

แบ่งตามภูมิภาค 

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีส่วนแบ่งมากที่สุดในตลาด เนื่องจากมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นในการผลิต และอุตสาหกรรมยานยนต์ และคาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตไปในทิศทางเดียวกันนี้ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่ายอดขายของไฟ และยานยนต์เองก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ประเทศจีน และอินเดียเป็นผู้ค้าหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค และเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด มีการคาดการณ์ว่ายุโรปจะมีอัตราการเติบโต (CAGR) เพิ่มมากขึ้นถึง 2.4% ตั้งแต่ปี ค.ศ.2016 – 2024 และได้มีการคาดการณ์ว่าประเทศเยอรมันจะเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด ในขณะที่ประเทศอังกฤษมีโอกาสเติบโตที่น่าสนใจมาก เพราะมีความต้องการสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูง และมีคุณภาพ

 

แบ่งตามสินค้า

สารป้องกันการเสื่อมสภาพ เป็นสารเคมีที่ใช้ผลิตยางที่มีตลาดขนาดใหญ่มากที่สุดทั่วโลก และเป็นผู้ครองตลาด เนื่องจากคุณสมบัติในการปกป้องยาง เช่น ความล้าพลวัต การเสื่อมสภาพขณะเก็บ ความร้อน และการแตกหักเนื่องจากโอโซน ตัวเร่งคือสารเคมีที่ใช้สำหรับการหลอมโลหะอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเร่งการหลอมโลหะเหล่านี้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย ร่วมกับซัลเฟอร์ เพื่อเป็นตัวเชื่อมผสาน และซิงค์ออกไซด์ รวมถึงกรดสเตียริกเพื่อเป็นตัวเร่ง สารหน่วงไฟเป็นสินค้าหนึ่งที่มีการเติบโตรวดเร็วมากที่สุดตามอัตราการเติบโตประจำปี (CAGR) จาก 4.7% ในปี ค.ศ.2016 – 2024 มันถูกนำมาใช้เป็นตัวช่วยในการผลิตการปรับแต่งผิวขั้นสุดท้าย ยาง สิ่งทอ พลาสติก และอุตสาหกรรมการเคลือบ มันสามารถช่วยลดปฏิกิริยาเคมีได้ด้วยการเคลือบผิวบนโลหะ และช่วยชะลอการเผาไหม้ได้ 

 

แบ่งตามการใช้งาน

สารเคมีที่ใช้ในการผลิตยางเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ยาง (Tire) และไม่มียาง (Non-tire) ในการที่จะเพิ่มความต้านทานต่อแสงแดด ความร้อน ออกซิเจน ความเครียดเชิงกล และโอโซนจะเป็นตัวกำหนดการเติบโตของตลาดสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยางทั่วโลก ดังนั้น ยางจึงเป็นส่วนที่สำคัญมากที่สุดส่วนหนึ่งด้วยปริมาณส่วนแบ่งรายได้ถึง 56.5% ในปี ค.ศ.2015 อุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตในด้านการผลิตนั้นกำลังช่วยพัฒนาตลาดให้เติบโตมากยิ่งขึ้นสำหรับการนำสารเคมีที่ไม่มียาง (Non-tire) ไปใช้งาน ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กฎระเบียบที่เข้มงวดในการใช้สารเคมีที่อันตรายในกระบวนการผลิตยางเป็นตัวหยุดยั้งการเติบโตของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ และหากต้องการหาสารเคมี อาทิเช่น น้ำยาผสมคอนกรีต สีกันไฟ น้ำยาเร่งคอนกรีต หรือ น้ํายาหน่วงคอนกรีต ทางเรามีจำหน่าย

 

แหล่งที่มา :
https://ihsmarkit.com/products/chemical-rubber-processing-scup.html
https://www.futurewiseresearch.com/pressrelease/Global-Rubber-Processing/2297
https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/rubber-processing-chemicals-market

 

 

11-siripanit_com-HMKK